Pages

Showing posts with label สาระแบบเมพๆ. Show all posts
Showing posts with label สาระแบบเมพๆ. Show all posts

Friday, April 15, 2011

อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ


อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ 

ไม่ชอกช้ำเหมือนนำมีดมากรีดหิน 

แม้องค์พระปฏิมายังราคิน 

คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา


- สุทรภู่-

Saturday, March 12, 2011

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์

บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว
สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็น โยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์
มันแสนสุดลึกล้ำ เหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด
ไม่เคี้ยวคดเหมือนหนึ่ง ในน้ำใจคน
มนุษย์นี้มีที่รักอยู่สองสถาน
บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่ พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน
เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้ใครรักรัก มั่งชังชังตอบ
ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา
รู้ รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

- สุนทรภู่ -

Thursday, December 30, 2010

อิสรภาพทางการเงินของแท้

อิสรภาพทางการเงินของแท้
 โดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์

“อิสรภาพทางการเงิน” หรือ Financial Freedom เป็นคำที่ฮิตและนิยมพูดถึงกันมากในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าในปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่พอเรียนจบปุ๊บก็เริ่มร้องหาคำๆนี้กันทันทีตั้งแต่เริ่มทำงาน
โดย ส่วนตัวจำความได้ว่า คำๆนี้เป็นที่ถวิลหาของทุกคน ไม่นานนักหลังจากที่หนังสือพ่อรวยสอนลูกของโรเบิร์ต คิโยซากิ ออกวางจำหน่ายในเมืองไทยราวปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) โดยนิยามที่คิโยซากิให้ไว้สำหรับคำว่า อิสรภาพทางการเงิน ก็คือ การที่ คนเรามีรายได้จากทรัพย์สิน (ตราสารการเงิน อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจ และอื่นๆ) มากกว่ารายจ่ายรวม

ฟังดูแล้วก็ไม่ น่าจะยากเย็นอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิด แถมคนส่วนใหญ่ยังชอบทำให้มันเป็นอะไรที่เกินเอื้อม โดยมองข้ามอิสรภาพทางการเงินที่ทำได้ง่ายๆใกล้ตัว
จริงๆแล้ว คำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” นั้น ประกอบด้วย 3 ส่ิงสำคัญรวมอยู่ด้วยกัน ได้แก่ รายได้ เวลา และอิสระในการเลือก เพื่ี่อ ให้ได้มา ซึ่งสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต นั่นก็คือ “ความสุขแท้” (ไม่ เทียม ไม่ปรุงแต่ง) และมันจะเรียกว่าอิสรภาพทางการเงิน ไม่ ได้เลย ถ้าขาดสิ่งใดส่ิงหนึ่งในสามสิ่งนี้ไป
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ยังตีความหมายและองค์ประกอบของอิสรภาพทางการเงินแบบหลงทาง ทำให้ท้ายที่สุด มัวแต่เสียเวลาอยู่กับมัน และคิดเอาเองว่ากำลังเดินทางสู่อิสรภาพทางการเงิน โดยที่ไม่เคยลองหยุดคิด หยุดดู หรือหยุดถามตัวเองเลย
เพื่อให้ท่านมองเห็นและเข้าใจคำ ว่าอิสรภาพทางการเงินกันดีขึ้น วันนี้ผมมีคำอธิบายความที่ตกผลึกจากการเดินทางบนเส้นทางนี้มากว่า 10 ปี แลกเปลี่ยนกันครับ
  1. รายได้
หาก เล่นกันตามตำรา 100% เงินหรือรายได้สำหรับการมีอิสรภาพทางการเงินนั้น ไม่ได้หมายถึงรายได้อะไรก็ได้ จากไหนก็ได้ แต่จะต้องเป็นรายได้ที่มาจากทรัพย์สิน หรือ Passive Income นัยว่าต้องเป็นรายได้ที่ยังคงได้รับแม้ว่าจะหยุดหรือไม่ได้ทำงาน
ด้วย คำว่า “หยุดทำงานได้” นี่กระมัง ที่ทำให้คนเรามองว่ารายได้ที่จะต้องมาสนับสนุนอิสรภาพทางการเงินนั้น จะต้องมากมาย (หรือแยะ) ในความเป็นจริงแล้ว ถ้ามองโจทย์ดูดีๆ ก็จะพบว่า โจทย์ที่แท้จริง คือ “รายจ่าย” ไม่ใช่รายได้ ดังนั้นคนที่อยากมีอิสรภาพทางการเงินต้องตั้งโจทย์ให้ถูกเสียก่อนว่า รายจ่ายที่ตรงกับไลฟ์สไตล์เรานั้นเป็นเท่าไหร่
สังเกตจะเห็น ว่าผมขีดเส้นใต้คำว่า “ไลฟ์สไตล์เรา” หรือรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ต้องการ เพราะมันต้องเป็นของเราจริงๆ เป็นสิ่งที่เราคิดได้เอง ไม่ใช่ยืมคนอื่นมา บ้านหลังใหญ่ รถยนต์คันงาม ท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่อยู่ในความคิดของเรามาโดยตลอด อาจเป็นรายจ่ายที่มาจากฝันที่หยิบยืมมาจากคนอื่นก็ได้ ดังนั้นต้องนั่งลงคุยกับตัวเอง คุยกับคนที่รัก แล้วออกแบบไลฟ์สไตล์ของตัวเองจริงๆ เพื่อนำไปสู่รายจ่ายที่เป็นโจทย์ของอิสรภาพทางการเงินของคุณเอง
ไม่ แน่นะครับ ถ้าคุณได้นั่งคุยกับตัวเองจริงๆ คุณอาจพบว่า โจทย์ของอิสรภาพทางการเงินของคุณง่ายกว่าที่คาดคิดไว้ก็ได้
2. เวลา

คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่า ที่ทุกวันนี้คนเราต้องดิ้นรนทำงานหนักกัน ก็เพราะเพื่อต้องการให้มีเงิน และเมื่อมีเงินก็จะมี “เวลา”ตามมา ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นก็จะสามารถใช้เวลากับคนที่เรารักและสิ่งที่เรารักได้
คำ ถามคือ แล้วถ้าสุดท้ายแล้วไอ้เจ้าเป้าหมายด้านรายได้ของคุณมันไปไม่ถึงจุดที่ต้อง การหละ จะทำอย่างไร? แล้วทำไม? “เวลา” ต้องเดินตามหลัง “เงิน” มันอยู่ข้างหน้าหรือไปด้วยกันได้ไหม
ทำไม? ต้องมีเวลากับลูก กับคนที่เรารักน้อยลงเพื่อเงิน ใช้เวลา 10 ปี 15 ปี เพื่อให้ได้เงิน ถ้าได้ตามเป้าหมายจริงๆ แล้วจะมีเวลาให้สิ่งที่รักจริงหรือเปล่า หรือว่าก็ต้องทำงานหนักต่อ เพราะอยากได้เงินเพิ่ม แล้วถ้าไม่ได้หละ เวลาที่สูญเสียไปกับการตามหารายได้ จะคืนให้คนที่รัก และส่ิงที่เรารักได้อย่างไร
ในมุมมองของผม คนที่จะประสบความสำเร็็จมีอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง ควรแบ่งเวลาให้กับทุกมิติอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญ คือ “มี ความสุข”
ถ้าคุณได้ลองจัดแบ่งเวลาดีๆ คุณจะพบว่า เวลา เพียงแค่ 10% ของแต่ละวัน ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จมีอิสรภาพทางการเงิน ดัง นั้น จงอย่าเสียเวลากับกับเงินและความสำเร็จให้มากไปกว่านั้น เอาเวลาที่เหลือไปอยู่กับคนที่เรารัก และสิ่งที่เราชอบดีกว่าครับ
3. อิสระในการเลือก
ด้วยเหตุที่เอา “เงิน” เป็นตัวตั้ง คนเราจึงต้องยอมทำอะไร หรือยอมเป็นอะไรที่ตัวเองไม่ชอบ เพียงเพื่อให้มีเงินมีรายได้ ซึ่งนั่นเป็นส่ิงที่ไม่สนุกเลย บางคนเชื่อว่า คนเราทุกคนต้องยอมทำในสิ่งที่ไม่ชอบก่อน แล้วจึงจะได้สิ่งที่ชอบในภายหลัง จริงหรือที่ชีวิตต้องเป็นอย่างนั้น
ในมุมมองของผม คำว่าอิสรภาพทางการเงิน จะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าเราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เป็นในส่ิงที่ไม่อยากเป็น  ดังนั้น ต้องถามตัวเองให้ดีก่อนว่า การที่คุณเลือกทำ เลือกเป็นไม่ได้ในวันนี้ เป็นเพราะพันธนาการอะไรที่คุณสร้างไว้หรือเปล่า ซึ่งมันอาจเป็นพันธนาการทางความคิด พันธนาการทางการเงิน หรืออะไร ก็ตามที่รั้งโอกาสในการเลือกของคุณไว้ ไม่ได้คุณได้เป็น ได้ทำ ในส่ิงที่ต้องการ
จะเห็นได้ว่าปัญหาของคนที่ดำเนินชีวิตเพื่อ อิสรภาพทางการเงินนั้น เกิดจากสาเหตุง่ายๆก็คือ จัดลำดับส่ิงสำคัญในชีวิตผิด เพราะเลือกเรียงลำดับจาก รายได้ – เวลา – อิสระในการเลือก
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หากคนต้องการพบอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง ท่านจะต้องเรียงลำดับองค์ประกอบเสียใหม่เป็น อิสระในการเลือก – เวลา – รายได้
สร้างอิสระในการเลือก โดยไม่สร้างพันธนาการทางการเงิน กำหนดจัดสรรเวลาให้กับทุกส่ิงทุกอย่าง และทุกมิติรอบตัว จากนั้นก็ทำในส่ิงที่รักเพื่อสร้างมันให้เป็นทรัยพ์สิน อันจะสร้างกระแสเงินสดให้กับชีวิตของเราได้ต่อไป ภายใต้เป้าหมายสำคัญ คือ “มี ความสุขตลอดการเดินทาง”
เพียงเท่านี้อิสรภาพทางการ เงินก็จะอยู่กับท่านได้ตั้งแต่เริ่มเดินทาง ระหว่างเดินทาง ไปยันถึงปลายทางของชีวิตแล้ว

“อิสรภาพทางการเงิน เริ่มต้นได้เมื่อใจคุณมองเห็น”
 

บ่นความ เดือนธันวา 53

31 ธันวาคม 2553 สิ้นปีแล้วครับ ...

เดือนธันวาคม สิ้นปี 2553 เดือนนี้แสนวุ่นวายสำหรับผม ไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เริ่มตั้งแต่เรื่องของ Affiliate ที่ทำอยู่ เว็บที่ไว้ก็โดนแบน ไปซะเยอะ ตั้งตัวไม่ติด คิด Project ไม่ออก เลยแทบไม่ได้ทำอะไรเลย พยายามตั้งสติ เตรียมงานคิด Project สำหรับปี 2554 ได้มา 3-4 Project แบบคล้ายๆ เดิม พัฒนามาจากข้อมูลเดิมที่มีอยู่

เรื่องงานประจำ อันนี้ก็นะ ... อย่าไม่พูดถึงมันเลย ... ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ ...

มาสรุปกันหน่อยละกัน ปี 2553 ผลประกอบกรรม ที่ทำไว้ ค่อนข้างจะดี แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเลยทีเดียวสำหรับการทำ affiliate ที่สามารถเปลี่ยนวิธีจาก PPC มาทำ SEO อย่างเต็มตัว จากที่ไม่มีความรู้อะไรเลย "ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ CMIM ทุกท่าน"

เรื่องงานประจำ อืมมมม.... ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ ...

มาพูดถึงปีหน้ากันดีกว่า ตั้งเป้าไว้หลายอย่างเลยนะนั้น

มาดูที่เป้าหมายการทำงานก่อนละกัน Affiliate 5 Project ที่เตรียมไว้ ต้องเสร็จภายในเดือน มีนาคม
1. WP
2. Free สคลิป ที่พี่ใจดีคนหนึ่งแจกให้ ทำตามแนวทางเดิมปรับนิดหน่อย
3. Free สคลิป ตาม 2 ย้ายที่จดโดเมน
4. Blogger แนวทาง ที่สอนไว้ตั้งแต่ต้นปี 53 เพิ่มอีก 500 blog
5. Free สคลิป อันเิดิม อิง Keyword มาจากที่เก็บ สถิติไว้ได้
6. อื่นๆ ตามที่ผู้บริหารจากสั่งการ .... (ซะงั้น) โปรเจค หาเงินเร่งด่วน



เป้าหมายงานประจำ (เอาซะหน่อย)  พัฒนางานให้ดีขึ้น ... สร้างทีม work ... สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์กับองค์กร และคนในองค์กร

ของที่อยากได้ "บ่นหน่อยเหอะ ปีนี้ อยากได้ lens ยังไม่ได้เลย" ตั้งเป้าจะเอา ER6N แต่คิดๆ ดูแล้ว มันเป็นของที่เหมาะกับคนตังค์เหลือ ผมยังตังค์ไม่ค่อยจะเหลือ อาจจะต้องพับไว้ก่อน แล้วค่อยมาเปิดดูอีกครั้งตอนตังค์เหลือ ...

ปี 2554 ขอเปลี่ยน จาก EG4D เป็นกระบะสักคัน ตามใจแม่แล้วกัน ...

Saturday, December 4, 2010

ผมจะเอา ER6N 245,000



เป้าหมายปี 2554

Wednesday, June 30, 2010

เธอจงระวัง



"เธอจงระวัง "ความคิด" ของเธอ

เพราะ ความคิดของเธอ จะกลายเป็นความประพฤติของเธอ

เธอจง ระวังความประพฤติของเธอ

เพราะความประพฤติของเธอ จะกลายเป็นความเคยชินของเธอ

เธอจงระวังความเคยชินของเธอ

เพราะ ความเคยชินของเธอจะ กลายเป็นอุปนิสัยของเธอ

เธอจงระวังอุปนิสัยของ เธอ

เพราะ อุปนิสัยของเธอ จะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต"

                                                                          "หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง"

Saturday, June 5, 2010

เพลงฟุตบอลโลก 2010 มาฟังกัน

Official video FIFA World Cup 2010 K'naan & David Bisbal



กีฬา ฟุตบอล แห่งมวลมนุษยชาติ เริ่มขึ้นแล้วอีกครั้ง

Saturday, May 15, 2010

เพลงนี้เพื่อลานเล่นน้อง

"เราไม่ได้หยุดเล่นเพราะเราแก่ขึ้น แต่เราแก่ขึ้นเพราะเราหยุดเล่น"

Sunday, April 25, 2010

คนรวยแอ๊บเป็นไพร่

คนรวยแอ๊บเป็นไพร่...
คน..... แอ๊บฮีโร่
คนมียศเป็นแตงโม 
คนยะโสหมิ่นราชา 
คนเจ็บถูกใส่ร้าย 
คนตายถูกกล่าวหา 
คนสั่งยังด้านหน้า 
คนฆ่ายังลอยชาย 
คนพาลกล้าอวดเบ่ง 
คนเก่งกลับหนีหาย 
คนดีนิ่งดูดาย 
คนร้ายจึงย่ามใจ 
คนโกงเก่งสร้างภาพ 
คนบาปอยากเป็นใหญ่ 
คนจนถูกหลอกใช้ 
คนไทยถูกยุแยง 
คนเดียวสร้างปัญหา 
คนกล้ารุมสาปแช่ง 
คนถ่อยเป็นเสื้อแดง 
คนหมดแรงคือพวกเรา

                                                                  @Joeki Fourplay

ผม Copy จากในเวป ... 

Sunday, January 24, 2010

ข่าวลือ หรือข่าวจริง Johnny Depp ตาย นักแสดงนำ Pirates of the Caribbean


ข่าวลือ หรือข่าวจริง Johnny Depp ตาย  Johnny Depp (จอนนี่ เดปป์) นักแสดงนำ Pirates of the Caribbean วันนี้ วันที่ 24 มกราคม 2554 มีข่ายลือ แพร่กระจายทาง อินเตอร์เน็ตและนักหมู่นัก twitter ว่า จอนนี่ เดปป์ ตาย  ซึ่งจากการค้นหาข้อมูล พบว่าเป็นเพียงข่าวลือ เท่านั้น

ข่าวมั่วๆ จาก twitter  Johnny Depp is not dead (Twitter FAIL)

When Twitter gets it right, it beats all the major news gathering organisations to the punch with the really big news. I heard about theHaiti earthquake first on Twitter, and it took a fair while for the traditional news networks to catch up. But what happens when Twitter gets it wrong?
Well you get silly rumours such as the death of Johnny Depp becoming the hottest trending topic, as has happened overnight. The trouble being, because Twitter is getting a reputation for breaking big stories so quickly, people are starting to believe whatever is trending. So when right at the top of the trending list is ‘RIP Johnny Depp’ and this links to thousands of tweets saying things like “OMG NOOOO, JOHNNY DEPP DIED???” and “Johnny Depp is really dead” which in turn link to a news story reporting the car crash which killed him, well, the thing takes on a momentum that is hard to slow down.
But the person who tweeted “Johnny Depp cannot be dead. No. Just no. I won’t believe it until I see it properly” was right. You should treat Twitter as the Chinese Whispers of news, lots of reports that could be breaking a major news story but not the actual source of the story itself.

ข้อมูลจาก http://www.daniweb.com

ข่าวบอกว่า มีการพูดต่อๆ กันออกมาว่า Johnny Depp ตาย จนทำให้เป็นกระแส แตกตื่นกันในวงการอินเตอร์เน็ตทั้งไทยและเทศ   ไม่เว้นแม้แต่ CNN ที่เคยเผยแพร่ข่าว Johnny Depp ตาย มาแล้ว
ตามนี้ ครับ http://www.angelfire.com/ab7/cnn_espn0808/hugecase.html  อย่าตกใจนั้นข่าวเมื่อปี 2004

สุดท้ายกระแส ทวิตเตอร์ คงต้องฟังหูไว้หูนะครับ ขอให้ใช้วิจารณญาณ ในการบริโภค สื่อ

Johnny Depp Is In France, Not dead Please Stop Saying RIP

Saturday, January 23, 2010

TEASER ยุทธจักรเกรียน การเป็นเกรียนเมพ นั้น ไม่ง่าย

TEASER ยุทธจักรเกรียน การเป็นเกรียนเมพ นั้น ไม่ง่าย
เป็นความฝันของเด็กหนุ่มหลายคน ที่จะก้าวเข้าสู่ ยุทธจักรเกรียน แต่การเป็นเกรียนขั้นเมพ นั้นไม่ง่าย คุณต้องผ่านบททดสอบอีกมาก จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน




ยุทธจักรเกรียน

เรื่อง – ป้อม นาคพนม
โครงเรื่อง - สหรัฐ มานิตยกุล

มอม เด็กกำพร้า เกรียนเทพที่ศรัทธาอย่างหนักแน่นในกำปั้นของตนเอง เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า ชีวิตที่ขาดความอบอุ่นของเขาได้ถูกเยียวยามาด้วยสิ่งนี้ มอมมีโอกาสได้เข้าเรียนครั้งแรกที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ เพราะการช่วยเหลือจากผู้พิพากษาท่านหนึ่ง......ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ทำ ให้เขาได้เข้าสู่สังเวียนชีวิตแห่งใหม่……

ฮันเด็กติ๋มเรียนดี ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักคอมพิวเตอร์ระดับโลก เขาต้องย้ายโรงเรียนมาเรียนที่จังหวัดนครสวรรค์ที่เดียวกับมอม เพราะพ่อของเขาถูกย้ายมาประจำที่นี่ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะตั้งใจเรียนหนังสือท่ามกลางกลุ่มเกรียนที่มีอยู่ เต็มโรงเรียน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ยากเย็นเหลือเกินสำหรับเขา.......

มอม สามารถอยู่ในสังเวียนแห่งใหม่นี้ได้อย่างสบาย เพราะสำหรับเขาเด็กสายวิทย์ของโรงเรียนแห่งนี้มีแต่พวกไร้ผีมือ …..จนวันหนึ่ง เขาได้เสนอตัวเข้าไปเป็นคนคุ้มครองฮันเพื่อแลกกับการที่เขาจะได้ไม่ต้องทำ การบ้าน เขาตัดสินใจทำเช่นนั้นโดยที่เขาเองไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังรอคอยเขาอยู่ ข้างหน้า

ฮันได้เพื่อนสนิทคนใหม่คือนุก สาวสวยเลือกได้ที่หว่านเสน่ห์ไปทั่วราชอาณาจักรเกรียน นุกได้หว่านเสน่ห์ไปไกลถึงอาณาจักรเกรียนสายศิลป์ จนเป็นแฟนกับ คิง ราชาเกรียนเทพ ของ โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งการสนิทสนมของฮัน กับ นุกในครั้งนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนุก และ คิง (ราชาเกรียน) เปลี่ยนไป……..เหตุนี้เอง ทำให้สงครามระหว่างอาณาจักรเกรียนเกิดประทุขึ้น......

เรื่อง ราวทั้งหมดของชีวิตนักเรียน ม.ต้นกลุ่มนี้จะนำพาเราไปพบกับความหมายที่แท้จริงของเกรียน / การชกต่อย / สังเวียน / มิตรภาพ / ความรู้สึกแท้จริงของพวกเขา.........และการเดินทางของมอมที่ทำให้เขาได้ไป พบกับพ่อ-แม่ที่แท้จริง ……
มอม เด็กหนุ่มที่เชื่อมาตลอดว่ากำปั้นอยู่เหนือสิ่งใดๆ.......ความอ่อนโยนของ แม่และมิตรภาพของเพื่อนที่ปะทะกับความแข็งกระด้างของสังเวียนแห่งนี้ ส่งผลให้เขาพบกับความละเอียดอ่อนของสัมผัสที่เบ่งบานท่ามกลางหัวใจเกรียน
สำหรับ มอม ในท้ายที่สุดภาพเหตุการณ์ทุกอย่างวนผ่านเข้ามาในสมองของมอม การชกต่อย การยกพวกตีกัน การใช้ฮันทำงาน การข่มเหงเพื่อน การชกหน้าพ่อเลี้ยง อดีตอันแข็งกระด้างทุกอย่างผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็วในหัวของเขา แต่สิ่งที่ชัดเจนและคงอยู่ในความคิดนี้มีเพียงการสัมผัส.....สัมผัสแรกของ แม่.........สัมผัสแห่งมิตรภาพของเพื่อน......... สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาพบว่าแท้ที่จริงหัวใจของเขาไม่ได้ถูกสร้างมาจากกำ ปั้น…......ความรู้สึกต่างหาก….ที่สร้างหัวใจ

สำหรับคิง (ราชาเกรียน) ในท้ายที่สุดเขาก็ได้พบว่า การชกต่อยและการเป็นที่เชิดชูของเหล่าเกรียน ไม่ใช่สิ่งที่จะอยู่เคียงคู่เขาไปได้ตลอด แต่มิตรภาพที่แท้จริง อย่างที่ฮันมีให้มอมต่างๆหาก ที่เด็กอย่างพวกเขาต้องการ....และจะยังคงอยู่อย่างเป็นนิรันดร์…..ในที่สุด เขาตัดสินใจเลิกชกต่อยคนอื่นอย่างไร้เหตุผล......หรือถ้ามันจำเป็น จริงๆ.....กำปั้นที่ไร้อาวุธเท่านั้น ที่เขาจะเลือก

นุก เธอได้เข้าใจว่า ความรักไม่ใช่การที่ต้องพยายามที่จะคบหากับใครสักคนเพื่อที่จะรักกัน “แต่ความรัก......มันคือความรู้สึกที่ได้รักใครสักคนหนึ่งต่างหาก”

สำหรับฮัน สิ่งที่เขาได้เผชิญมาทั้งหมดในโรงเรียนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือของมอม / การร่วมมือกันของกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน / และอีกมากมาย ได้พิสูจน์ให้เขาเข้าใจว่า คอมพิวเตอร์และวิชาความรู้นั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าชีวิตขาดความรักและมิตรภาพจากเพื่อนๆ”
จบอย่างย่อโดยบริบรูณ์ เอามาทำเป็นหนังใหญ่คงดีไม่น้อย

บอกได้เลยว่า หนังสั้นเรื่องนี้ ทำได้ เมพขิงๆ

Sunday, January 10, 2010

รีวิว Nexus One

Nexus One มือถือรุ่นแรกจาก Google ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Search Engine พอมีข่าว Nexus One ออกมา ก็มีกระแสแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ได้เริ่มวางขายใน 4 ประเทศแรก คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง สำหรับประเทศไทย คงต้องรออีกสักพัก คาดว่าคงมาการนำเข้ามาขาย

เมื่อกระแส Nexus One ในประเทศแรงขนาดนี้ ผมขอ รีวิว Nexus One ที่มีขายอยู่ในอเมริกาให้ได้ชมกันนะครับ ข้อมูล รีวิว Nexus One ได้มาจาก เวปไซต์ของ Google Phone

รีวิว Nexus One 

คุณสมบัติทั่วไป
ขนาด (กว้าง*สูง*หนา)   59.8mm * 119mm * 11.5mm
น้ำหนัก :  130 กรัม
จอ : 3.7-inch (diagonal) widescreen WVGA AMOLED touchscreen 800 x 480 pixels
         100,000:1 typical contrast ratio
กล้อง :  5 megapixels  Autofocus from 6cm to infinity
            2X digital zoom LED flash
            Video captured at 720x480 pixels at 20 frames per second or higher, depending on lighting conditions

คุณสมบัติการเชื่อมต่อ
- UMTS Band 1/4/8 (2100/AWS/900)
- HSDPA 7.2Mbps
- HSUPA 2Mbps
- GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)
- Wi-Fi (802.11b/g)
- Bluetooth 2.1 + EDR
- A2DP stereo Bluetooth

พลังงานและแบตตารี่
- Removable 1400 mAH battery
   Charges at 480mA from USB, at 980mA from supplied charger
- ระยะเวลาสนทนา
    Up to 10 hours on 2G
    Up to 7 hours on 3G
- Standby time
    Up to 290 hours on 2G Up to 250 hours on 3G
- Internet use
    Up to 5 hours on 3G
    Up to 6.5 hours on Wi-Fi
- Video playback
    Up to 7 hours
- Audio playback
    Up to 20 hours

CPU  : Qualcomm QSD 8250 1 GHz
ระบบปฏิบัติการ : Android Mobile Technology Platform 2.1 (Eclair)

ความจุ และหน่วยความจำ
Rom : 512MB Flash
แรม : 512MB RAM
4GB Micro SD Card (Expandable to 32 GB)

 




เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับ รีวิว Nexus One อดใจรออีกไม่นานคงได้เป็นเจ้าของกันแล้ว

Saturday, January 9, 2010

เมพขิงๆ แปลว่า

เมพขิงๆ แปลว่า เทพจริงๆ คำว่า เมพขิงๆ แท้จริงแล้วเป็นคำ สแลง ที่นิยมใช้กันในหมู่ เด็กเกรียน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่เกรียน ซึ่งมาจากการพิมพ์คำว่า เทพจิงๆ ผิด เนื่องจากบนแป้นคีย์บอร์ด  อักษร ม ติด กับ ท และอักษร ข ติดกับ จ ซึ่งคำว่า เทพ นั้นเอง เพราะฉะนั้น จึงทำให้คำว่า เมพขิงๆ แปลว่า คนที่เก่งหรือมีความชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ คำว่าเทพหรือเมพ สำหรับบางคนไม่ถือว่าเป็นคำชมอันน่าภาคภูมิใจ เหตุเพราะคำนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากวงการเกมออนไลน์ และเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการเป็นแหล่งรวมของ อืมมม ... เกรียน





 ข้อมูลจาก ไร้สาระนุกรม ยังระบุต่ออีกว่า  เมพ เป็นคำที่พิมพ์ผิดเพี้ยนมาจากคำว่า เทพ เป็นศัพท์สแลงของเหล่าเกรียนที่ ชอบใช้เพื่อแสดงตนให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วเป็นคำที่ไร้สาระมากๆ และเป็นศัพท์ที่เรียกความหมายอีกอย่างในภาษาของศาสนาคนมีการศึกษาว่าบุคคลไร้ฝีมือ จนบัดนี้กลุ่มเกรียนจึงแตกแบ่งเป็นสองกลุ่ม แล้วทำสงครามกันเองด้วยยศชื่อเสียงเป็นเดิมพัน เพื่อชี้ชะตากันว่า เทพกับเมพ ใครสุดยอดกว่ากัน 


เป็นไงบ้างละครับ รู้รึยังว่า คำว่า เมพขิงๆ แปลว่า อะไรกัน เมื่อรู้ความหมายกันแล้ว ก็คงต้องเลือกแล้วหล่ะครับว่า คุณจะเป็นเทพ
หรือ จะเป็น เมพ ... คนที่เข้ามาค้นหาความหมาย และพยายามหาคำตอบ ความหมายของคำว่า เมพขิงๆ แปลว่า อะไร  พอถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่า คุณ เมพขิงๆ ในด้านนี้แล้ว ....

โดย : หล่อขั้นเมพ